Friday, February 5, 2010

Japan.. 54 Days to go!


ญี่ปุ่น.. ประเทศที่มีเทคโนโลยีล้ำยุค ผสมผสานกับวัฒนธรรมเก่าแก่ได้อย่างลงตัว เป็นประเศที่มีอะไรน่าค้นหามากมาย คนที่เคยไปแล้ว ก็จะมีความรู้สึกอยากไปอีก อย่างไม่รู้เบื่อ..


ผมเองก็เป็นอีกคนนึง ที่รู้สึกว่าประเทศนี้มีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด ยกตัวอย่างฮาราจูกุ ที่เป็นแหล่งรวมวัยรุ่น แต่งตัวกันแบบหลุดโลก คอสเพลย์สุดแหวกแนว แต่ใครจะรู้บ้างว่า ถัดไปไม่ไกล.. กลับมีศาลเจ้าเมจิ อันสงบร่มรื่น ตั้งอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายเหล่านี้ (เอ.. คิดไปคิดมาก็ไม่น่าแปลก เพราะบ้านเราก็มีวัดสระปทุม อยู่ข้างพารากอนเหมือนกัน :D)

หลังจากวางแผนมาเป็นเวลานาน (เป็นปี - -") ก็ถึงเวลาที่ผมจะได้ไปเยือนประเทศญี่ปุ่นอีกครั้งนึง คราวนี้เป็นการไปแบบ Backpack รวดเดียว 19 วัน ไม่เคยไปเที่ยวที่ไหนนานขนาดนี้เลยนะนี่ คราวนี้อะไรที่ไม่เคยไป ก็จะได้ไป อะไรที่อยากทำ ก็จะได้ทำกันล่ะ..


เริ่มจากวางแผนการเที่ยวแบบคร่าว ๆ โดยหลัก ก็จะเป็นการเที่ยวแถบคันโต 8 วัน คันไซ 7 วัน และเจแปน แอลป์ กับทาคายาม่าอีก 4 วัน จริง ๆ อยากจะไปตามรอยอัตสึฮิเมะ ที่คาโงชิม่าเหมือนกัน แต่ไกลเกิน.. แค่นี้ก็ตายแล้ว..

ช่วงนี้จึงเป็นเวลาแห่งการเตรียมตัวขั้นสุดท้าย จองโรงแรมทั้งหมด ที่โตเกียวอซาก้า คาวากูชิโกะ ทาคายาม่า โทยาม่า (เยอะจังฟระ!?) พร้อมกับซื้อตั๋วเครื่องบิน ซึ่งผมได้ตั๋วราคากำลังดีจาก KMT ของ UA ราคา 16,XXX บาท นับว่าไม่แพงเลย ถ้าคิดว่าไปเที่ยวช่วงซากุระเดือนเมษา ที่คนไทยแห่กันไปดูช่วงวันหยุดสงกรานต์เหมือนกัน

สองวันที่แล้ว ผมก็ได้นำพาเอาหลักฐานทั้งหมดไปวางที่สถานทูต เพื่อยื่นขอวีซ่า นับว่าใจกล้ามาก ที่จองโรงแรม (โอนเงินแล้วด้วย หึ หึ) และซื้อตั๋วเครื่องบินก่อนได้วีซ่า เกิดไม่ผ่านขึ้นมานี่ไม่รู้จะทำยังไงเลย ก็เอาวะ คงไม่เป็นไรหรอก

แต่ทุกอย่างก็เป็นไปได้ด้วยดี (แน่ล่ะซิ มรึงไม่ได้ขายยาบ้า หรือค้าเนื้อสด อยู่ที่บ้านนี่หว่า) ซึ่งวันนี้ก็ได้ฤกษ์ไปนำพาสปอร์ตกลับคืนพร้อมกับ วีซ่าญี่ปุ่น (ที่หน้าตาหลอนมาก เหมือนผีญี่ปุ่นเลยทีเดียว) ต่อจากนี้ ก็เหลือแค่ถอย JR PASS บัตรเบ่ง ที่ทำให้เราสามารถนั่งชินคันเซ็นได้บ่อยกว่าคนญี่ปุ่นบางคนซะอีก พร้อมกับแลกเงินเยนมาตุนไว้ (อัตราขณะนี้ 100 เยน = 36.75 บาท)

Japan.. I'm comin'