ล่วงเลยเข้ามาเป็นวันที่สอง .. หรือจริง ๆ จะนับเป็นวันแรกก็คงได้ เพราะเมื่อวานมาถึงโตเกียวก็ค่ำแล้ว วันนี้เลยเริ่่มสตาร์ทตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ความจริงอยากออกตั้งแต่ตีห้าตรง เพื่อไปดูการประมูลปลาที่ตลาดปลาสึกิจิ แต่มันไม่ไหวจริง ๆ เพราะตีห้าบ้านเค้า มันคือตีสามบ้านเฮานี่เอง กว่าจะลากสังขารออกไปได้ ถึงที่ตลาดก้อหกโมงครึ่งแล้ว อดดู ถ้าใครจะไปดูการประมูลปลา เค้าเปิดให้นักท่องเที่ยวดูตั้งแต่ 05:00-06:15 นะครับ อย่าพลาดเหมือนผม..
หลังจากพลาดหวังอันแรกไปแล้ว ผมเลยไปต่อแผนสองด้วยการกินซูชิ ที่เค้าว่ากันว่า เทพที่สุดในตลาดปลาสึกิจิ นั่นคือ ร้านนน... Sushi Dai ...
ไปถึงที่้ร้าน ก็พบกับคิวอันยาวเหยียด ในขณะที่ในร้าน มีที่นั่งทั้งหมด 8 ที่เท่านั้นน.. แม่เจ้า.. มาเข้าคิวรอตอนนี้ จะได้กินซูชิแทนอาหารมื้อเย็นหรือเปล่าเนี่ย
กลั้นใจรอเผื่อฟลุ๊กไปครึ่งชั่วโมง..ในที่สุดก็ค้นพบว่า ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง .. ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ไอ้ฝรั่งคนที่ยืนอยู่หน้าสุด มันยังไม่ได้เข้าเลย แล้วตรูล่ะ จะได้กินกี่โมงฟะ..
สุดท้าย ผมเลยหักใจ เปลี่ยนไปกินซูชิอีกร้านนึงในลิสต์ที่เตรียมมา อยู่ย่านสึกิิจิเหมือนกัน ชื่อร้าน Sushi Zanmai
ร้านนี้เป็นร้านซูชิ ที่เปิด 24 ชั่วโมง ของ Kiyoshi Kimura ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น King of Tuna กันเลยทีเดียว มีสาขาอยู่ทั่วโตเกียว หลายสาขา ความอร่อยอาจจะไม่เท่า Sushi Dai แต่น่าจะพอกล้อมแกล้มไปได้
ก้าวเข้าไปในร้าน.. ก้อเจอกับวิดีโอที่นาย Kiyoshi กำลังแล่ปลาทูน่าฉายอยู่พอดี
นั่งในร้านปั๊บ ก้อไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงกัน จัดชุด Deluxe มาเลยชุดนึง จะได้ลองให้ครบทุกแบบ (จริง ๆ อ่านโปรโมชั่นไม่ออก เลยสั่ง Deluxe ไม่ให้หน้าแตกไปงั้นเอง)
ชุด Deluxe ก็จะหน้าตาเป็นแบบนี้ ประมาณว่ามีโอโทโร่ ปลาหมึก กุ้ง ไข่หอยเม่น อุนากิ ที่เหลือก็ไม่แน่ใจแล้วครับ
ตั้งหน้าตั้งตา ซัดจนหมด รสชาติก็ถือว่าดีกว่าในไทยค่อนข้างมาก โดยเฉพาะไข่หอยเม่น ไม่คิดว่ามันจะอร่อยได้เลย แต่พอลองแล้ว รสชาติหวาน ออกเค็มนิด ๆ อร่อยเลยทีเดียว ใครมาญี่ปุ่นแนะนำให้ลองสั่งดูครับ แล้วจะติดใจ
ส่วนปลาอื่น ๆ ก็รสชาติดีครับ กินเข้าไปแล้ว ละลายในปากเลย เคี้ยวง่ายมาก ๆ ปกติถ้าผมกินปลาดิบที่ไม่สด ร่างกายจะบังเกิดปฏิกริยาแล้วแต่ระดับของความสด ถ้าสดบ้าง ไม่ถึงกับแย่ ก็จะแค่คันลิ้น แต่ถ้าเจอแบบไม่สดจริง ๆ นี่เคยถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล หน้าบวมเหมือนโดนจิ๊กโก๋รุมต่อยก็เคยมาแล้วครับ แต่ก็ยังดันทุรังกินเรื่อยมา คันลิ้นก็เอาฟันเกาไป แต่ร้านนี้แปลกมากครับ ผมกินแล้วไม่มีอาการคันเกิดขึ้นเลย โอ้ว...เยี่ยมมาก ๆ
| ไข่หอยเ่ม่น อร่อยมากก |
ร้านนี้ โดยรวมผมให้ 8 เต็ม 10 ละกัน ถือว่าดีในระดับนึง แต่มันน่าจะมีระดับเทพกว่านี้อยู่อีก วันหลังต้องไปแก้มือ..
หลังจากซูชิมื้อเช้าแล้ว ผมก็เดินเล่นในตลาดต่ออีกหน่อย เจอร้านน่าสนใจเยอะเลย วันหลังถ้ามีโอกาสคงต้องแวะมาอีกครั้งนึง
หลังจากนั้นไปต่อกันที่ Ginza ผ่านไปเจอร้าน Bic Camera กำลังเปิดตัวสินค้าใหม่ Sony Xperia ที่ใช้ Android คนเข้ามาดูกันล้นหลามเลยทีเดียว มีดารามาเปิดงานด้วย เสียดายจำชื่อไม่ได้
เดินใน Bic Camera พักนึง ก็ได้เวลาไปกันต่อที่ Tokyo Imperial Palace
ผมได้เข้าไปเดินในส่วนของพระราชวังด้านนอกด้วย ซึ่งคนทั่วไปก็สามารถที่จะเข้าชมได้ แต่ต้องทำเรื่องขอจองคิวในการเข้าก่อน เข้าไปก็เจอกับกลุ่มคุณลุง คุณป้ากว่าสองร้อยขีวิต ที่เข้ามาพร้อมกันกับผม เลยทำให้ผมเลยไม่ค่อยรู้สึกเร้าใจอะไรเท่าไหร่ เอาเป็นว่า ดูรูปอย่างเดียวละกันครับ (เศร้า)
จบจากพระราชวัง Imperial Palace ประมาณ 4 โมง รู้สึกว่ายังมีเวลาเหลือ เลยขอไปชมเมืองใหม่ Odaiba ที่เค้าถมทะเลมาสร้างเมืองนี้กัน
ระหว่างทางต้องนั่งรถไฟสายพิเศษ Yurikamome ข้ามสะพาน Rainbow Bridge ตอนนั่งรู้สึกหมือนกับเล่นรถไฟเหาะเลยครับ แต่ไม่ได้ตีลังกานะ ถ้าได้นั่งหน้าสุดแบบหนุ่มสาวคู่ข้างล่างนี่คงจะเพลินดีเหมือนกัน
| เห็นแล้ว Rainbow Bridge |
ถึงแล้วครับ Odaiba รูปข้างล่างคืออาคาร Fuji Building ที่ออกแบบได้ไฮเทค แหวกแนวดีเหลือเกิน
จุดมุ่งหมายอีกอย่างนึง ในการมาที่ Odaiba แห่งนี้ นอกจากชมวิวแล้ว คงจะไม่พ้นเรื่องกินแน่นอน ก่อนหน้าที่ผมจะมา หนึ่งในหนังญี่ปุ่นที่ผมดูแล้วชอบมาก คือเรื่อง "สูตรรัก ข้าวห่อไข่" นำแสดงโดย ยูโกะ ทาเคอุจิ ทำให้ผมฝันว่า สักวันนึง ผมจะต้องมากินข้าวห่อไข่ (Omurice) สูตร เดมิกราสซอส ที่ญี่ปุ่นให้ได้
ในที่สุด วันนี้ก้อมาถึง กับร้าน Pomme no Ki หรือ Pomu no Ki ร้านข้าวห่อไข่เทรนด์ใหม่ ที่กำลังมาแรงในหมู่วัยรุ่นตอนนี้
ร้านนี้เป็นร้านข้าวห่อไข่ ที่มีเมนูแปลก ๆ เอาใจวัยรุ่นหลาย ๆ อย่าง นอกเหนือจากราดเดมิกราสซอส หรือราดซอสมะเขือเทศแบบเดิม ๆ มีการเอามายองเนส ชีส เบคอน หรือแม้กระทั่งสตูว์ มาใสในข้าวห่อใข่ด้วย ทำให้ดูน่าสนใจกว่าข้าวห่อไข่แบบเิดิม ๆ มาก
| เจอแล้ว เดมิกราสซอส ที่ผมเฝ้าหา..ตรงกลางหน้า สีเข้ม ๆ นั่นไง.. |
ข้าวห่อไข่ สูตรเดมิกราสซอส มาวางอยู่ตรงหน้า พร้อมจะให้ผมลุยแล้ววว...
รสชาติคำแรกที่อยู่ในปาก ไข่ที่ห่อข้าวอยู่ นิ่มและอร่อยมาก ๆ ครับ เมื่อได้กินพร้อมกับข้าวผัดที่อยู่ด้านใน เห็ด และเบคอน กับเดมิกราสซอสที่รสชาติลุ่มลึก เค็มนิด ๆ หอมกลิ่นคล้าย ๆ กับเสต็ก ท่ามกลางบรรยากาศของอ่าวโตเกียว ทำให้อาหารเย็นวันนี้ของผม เป็นมื้อที่สุดยอดมื้อนึงเลยทีเดียวครับ
| ปิดท้ายด้วย วิวยามค่ำคืนที่ Odaiba ครับ |
เหนื่อยแล้ว ขอตัวไปนอนก่อนครับพี่น้อง ช่วงนี้กำลังหาข้อมูลเพิ่ม จะเตรียมตัวไปซัด 3 เทพเนื้อ ฮิดะ, โกเบ และ มัตซึซากะ ของดีแต่ละจังหวัด ที่เค้าว่ากันว่า เลี้ยงด้วยเบียร์ นวดทุกวัน ว่ามันจะสุดยอดขนาดไหน..
อ่านมาสองวันก็ยังเป็นทัวร์กินอยู่เหมือนเดิมนะครับ เหอๆ
ReplyDeleteพี่อยากจะบอกว่า 18 วันเนี่ย คงได้ทัวร์กินทุกวันล่ะแป๊บเอ้ย ไม่รู้จะได้ไปเที่ยวกะเค้าบ้างรึเปล่า
ReplyDeleteว่าแต่ ทำไมพอใช้ netbook อัพ blog แล้วหน้ามันออกมาเพี้ยนจังฟระ ไม่เห็นเหมือนที่จัดเลย
ReplyDeleteโอมุไรซึ น่ากินง่ะ แล้วจะติดตามอ่านวันต่อไป ทัวร์กินเนี่ย เพอร์เฟค
ReplyDeleteอะ นอกจากกล้องแล้ว. Netbook นี่กลับมาขายทิ้งป่าว
ReplyDeleteรออ่าน อยู่นะเว้ย ... เมื่อไหร่จะถึง ทริป "ถึงญี่ปุ่น" ว่ะ
ReplyDelete10-22 มันแจ่มแบบนี้นี่เอง
ReplyDeleteข้าวที่ีนี่จานใหญ่มากพี่ กินแต่ละมื้อ แทบอ้วก
ReplyDeleteข้าวที่นี่จานใหญ่มากพี่ แต่ละมื้อแทบอ้วก
ReplyDeleteืnetbook ยืมกระติกมา :D
ReplyDeleteหลังจากใช้กล้องมาสองวัน ตอนนี้พี่มีความมั่นใจมากขึ้นแล้ว...
ReplyDeleteว่า กรูไม่น่าซื้อกล้องมาจริง ๆ ด้วย.. ถ่ายโคตรห่วย..
ปิติ ไอ้ข้างขวาของ กุ้งอามะ มันคืออะไร ทำไมมันซอยได้ละเอียดจัง
ReplyDeleteพี่เอ็กซ์ไม่เห็นติดต่อมาเลย อุตส่าห์ให้เบอร์ไปหลังไมค์ละ เที่ยวเป็นไงมั่งเนี่ยะ
ReplyDeleteป.ล.ซูชิไดเค้าไปต่อแถวรอกันตั้งแต่ตีสี่นะจ๊ะ
ผมว่ามันสวยแล้วนา
ReplyDeleteกลับมาพี่เอ็กซ์ อ้วนแน่เลย
ReplyDeleteรูปดีแล้วพี่ สวยดีออก
ReplyDeleteรออ่าน Day3, 4, 5,...., 19 อยู่นะพี่
ReplyDeleteเพิ่งได้มาอ่าน พอเห็นแล้ววิญญาณบ้าซูชิเข้าสิง อยากไปลองอ้ะ ^ ^~
ReplyDelete