Wednesday, March 31, 2010

๋Japan Trip 2010 : Day 1 - Ueno

สุวรรณภูมิ ดึกแล้ว คนไม่เยอะมาก
ในที่สุด ข้าพเจ้าก็ได้มาถึงยังกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น อย่างสวัสดิภาพ ถึงแม้ว่าจะมึความระทึกขวัญ ตั้งแต่ลงเครื่องบินมาเลย เนื่องจากว่า ใช้เวลาในการตรวจคนเข้าเมืองนานมาก ต่อแถวรอประมาณ 1 ชั่วโมง พอผ่าน Immigration ปุ๊บ มาที่รับกระเป๋า ปรากฏว่า กระเป๋าของเราที่เที่ยวบินนี้ เค้าเอากันไปหมดแล้ว(โว้ย)

อ้าว แล้วกระเป๋ากรูล่ะ ???

มอง ๆ กระเป๋าที่อยู่ในสายพาน มันก้อไม่เห็นมีเที่ยวบินที่เราไปซักใบ มันหายไปไหนหมดหว่า

เดินไปถามเจ้าหน้าที่ UA เค้าก้อบอกให้ไปดูกองซากกระเป๋าตรงมุม ๆ สนามบิน เราเดินไปดู เอ ก้อไม่มีนี่หว่า ดู tag กระเป๋า ก้อเห็นแปลก ๆ บางใบผ่านไปเดือนกว่าแล้ว ยังไม่มาเอา (นี่มึงมาเที่ยว แล้วลืมกระเป๋าทิ้งไว้สนามบิน แล้วเดินออกไปเลยเหรอวะเนี่ย..สุดยอด.)

ไป ๆ มา ๆ ในที่สุด เจ้าหน้าทีี่ UA คนเดิม ก้อไปเข็นกระเป๋ามาให้จนได้ สอบถามด้วยภาษาอังกฤษปนญี่ปุ่นปนไทย ได้ความว่า กระเป๋าเราไปกองอยู่อีกมุมนึงของสนามบินโน่น เอาเ้ข้าไป

Keisei Skyline นั่งสบายดีครับ
เพราะเหตุนี้ กว่าจะมาถึงโรงแรม ก้อปาเข้าไปจะทุ่มนึงแล้ว หลังจากจัดแจงเก็บของเรียบร้อย เลยออกไปจัดการกับโปรแกรมอาหารที่ต้องชิมในทริปนี้กันเลย ด้วยราเมงเทพเจ้าแรก ที่สถานี UENO 

Ichiran Ramen ที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า ราเมงข้อสอบ

เจ้านี้ ความขึ้นชื่อของเค้าไม่ได้อยู่ที่เส้น หรือ หมู (ชาชู) แผ่นบาง แต่ความลับทั้งมวลมันอยู่ใน น้ำซุปบวกกับซอสเผ็ดสูตรพิเศษของทางร้าน ซึ่งคิดค้นเอาซอสเผ็ดมาใส่น้ำซุปราเมงเป็นเจ้าแรกของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทำให้เป็นที่นิยมไปทั่วประเทศ ตั้งแต่หลายสิบปีก่อนจนกระทั่งตอนนี้..
คิวหน้าร้านครับ

ไปถึงที่ร้าน โชคดีที่คิวไม่หนาแน่น รอปราดเดียวเราก้อได้เข้ามายืนประจัญหน้ากับตู้กดเมนูอันน่าสะพรึงกลัว (เพราะกดไม่เป็น)

ยืนมั่วอยู่พักนึง.. กดไม่สำเร็จ อ่านไม่ออกโว้ย ทันใดนั้นก็มี พนักงานของทางร้าน ที่หน้าเหมือน มากิ โฮริคิตะ อย่างกับแกะ แม่เจ้า.. อย่างกับฟ้าประทานมาให้.. จริง ๆ เค้าคงจะรำคาญว่า มึงทำห่าไรเนี่ย ลูกค้าคนอื่นเค้ารออยู่ ก็เลยมาช่วยผมกด แล้วพูดคุยกับผมอย่างอัธยาศัยดี (แต่คุยภาษาญี่ปุ่นนะ กูจะรู้เรื่องมั้ยเนี่ย...)

หลังจากกดเมนูแล้ว ก้อเข้าไปเผชิญหน้ากับราเมงเทพ ตัวต่อตัว (จริง ๆ) เพราะมันจะเป็นคอกเหมือนเวลาเราทำข้อสอบในห้องซาวด์แลปยังไงยังงั้น ซ้าย ขวา มีฉากบัง ด้านหน้ายังมีม่านบังอีกแน่ะ อาจจะกลัวคนอื่นมาลอกข้อสอบ ว่าเราสั่งอะไร เด๋วเหมือนกัน อะไรอย่างนี้..

รสชาติเป็นอย่างไร ดูภาพข้างล่างแทนคำอธิบายละกัน

ก่อนกิน...

กินเสร็จ...
แม่เจ้า มันเหนือคำบรรยายจริง ๆ ราเมงแบบเทพ มันเป็นเยี่ยงนี้เองหรือ แต่เราจะมาโอนเอียงกับน้องมากิที่นี่ที่เดียวไม่ได้ รอจนจนทริป หลังจากตะลุยครบทุกร้านแล้ว ผมจะมาสรุปรวมอีกที ว่า เทพราเมง ในความคิดของผมคือร้านไหน

จริง ๆ อยากเขียนต่อหลังจากนั้น ที่ไปเดินชมซากุระยามค่ำคืนที่ Ueno Park แต่ว่าตอนนี้ตี 1 แล้ว ตอนตี 5 มีนัดกับตลาดปลาทสึกิจิ เพื่อจะไปกิน ซูชิเทพ ร้าน Sushi Dai กระผมจึงต้องขอตัวไปนอนก่อน ฝากรูปห่วย ๆ ไว้ให้ดูกันเป็นกำลังใจ ว่าใคร ๆ ก้อถ่ายรูปสวยได้ ถ้าเทียบกับรูปของผม...

ใกล้ ๆ Ueno Park มีตู้หยอด Gashapon เพียบ
Ueno Park
ในสวนมีงานเล็ก ๆ มีคนมาช้อนปลาทองกัน


9 comments:

  1. เดี๋ยวจะมีทริปตามรอยของกินแล้วมั้งเนี่ย เหอๆ

    วันแรกเห็นซากุระแบบนี้ก็คุ้มแล้วอ่าครับ

    ReplyDelete
  2. อยากปายยยยยยยยยย

    ReplyDelete
  3. ดีมาก กูจะมาติดตาม blog มึงนะ ... ฮ่าๆๆ

    ReplyDelete
  4. ติดตามนะคะ อิอิ

    ReplyDelete
  5. ไปรอบนี้ไปให้ถึง ..​ญี่ปุ่นนะพี่

    ReplyDelete
  6. ภารกิจคือ ตามหาท่านเทพราเมงนี่เอง

    ขอให้ไปถึงญี่ปุ่น

    ReplyDelete
  7. ทริปของกิน yummy yummy

    ReplyDelete
  8. ขอร้อง อย่าถ่ายด้วย 10-22 mm เยอะ อิจฉา : )

    กดมาเยอะๆ นะจะตามชม

    ReplyDelete
  9. เลนส์เทพ ถ่ายมาไงก็สวยเนอะ อิอิ เที่ยวให้หนุกนะพี่

    ReplyDelete